สาวใสในการเมืองวิกฤติ ..จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี

เรื่องจาก www.bangkokbiznews.com

 

เป็น “ทายาทสิงห์” เกิดในตระกูลดัง “ภิรมย์ภักดี” แต่สาว “ตั๊น” จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี กลับมีใจฝักใฝ่การเมืองมาแต่วัยเยาว์ คุณพ่อคุณแม่ จุตินันท์-ม.ล.ปิยาภัสร์ (นักแสดงกิตติมศักดิ์ ผู้รับบท "สมเด็จพระสุริโยไท" ในเรื่อง "สุริโยไท") ภิรมย์ภักดี เลยสนับสนุนลุ้นเต็มที่ให้ได้ลองสัมผัสประสบการณ์จริงมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี สาขาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ จากประเทศอังกฤษ เสียด้วยซ้ำ

3 ปีก่อน เธอขอไปฝึกงานกับหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐ โดยรับหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมาช่วยงาน สหัส บัณฑิตกุล ผู้มีศักดิ์เป็นคุณปู่ เมื่อครั้งรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช

แม้ประสบการณ์ดังกล่าวจะเป็นช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก่อนที่เธอจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จาก Regent’s College ประเทศอังกฤษ แต่ “จิตภัสร์” บอกว่านั่นช่วยทำให้การทำงานจริงในตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะที่มีอายุเพียง 23 ปีในวันนี้ของเธอไม่ “เหวอ” ไม่ต้องตั้งต้นที่ศูนย์ ทว่า เป็น “น้องเล็ก” ที่สามารถช่วยเหลืองานให้กับทีมของ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อย่างเต็มกำลัง

การพูดคุยกับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องราวการเรียนรู้ของเธอในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากับประสบการณ์ฝึกงานในช่วงสั้นๆ ที่ทำเนียบรัฐบาล และอีก 3 เดือนสำหรับการทำงานจริงในรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

@ทำไมจึงสนใจงานด้านการเมือง?

ตั้งแต่เด็กก็สนใจงานทางสังคม ไปต่างจังหวัดไปสอนหนังสือในชนบท พอมาเรียนด้านภูมิศาสตร์ได้ลงพื้นที่เยอะ ได้มีโอกาสทำงานกับเอ็นจีโอ ไปภาคใต้ ไม่ใช่ชายแดนภาคใต้ (หัวเราะ) ไปจังหวัดทางใต้ ได้ไปจังหวัดบุรีรัมย์ทางภาคอีสาน คือรู้สึกว่าเรามีโอกาสกว่าคนอื่นก็อยากมาช่วยเหลือให้เขาได้มีโอกาสได้ความรู้ อยากเห็นประเทศชาติเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ อยากให้การศึกษาเข้มแข็ง ตอนเด็กๆ เลยอยากเป็นนายกฯ คงมีอำนาจสูงสุด เพราะเราตัวคนเดียวก็ช่วยได้แค่ 2-3 คน ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไร คิดว่าเป็นนายกฯ น่าจะช่วยเหลือเด็กๆ ได้ แต่พอเข้ามาเรียนรู้อะไรมากขึ้น งานการเมืองไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่มันก็เกี่ยวกับบ้านเมืองเราก็คิดว่าน่าสนใจ

@ที่พูดว่าการเมืองยาก ยากอย่างไร ?

การเมืองเป็นเรื่อง Human contact เราต้องเข้าใจคนอื่นอย่างมาก คนในสภามาจากทั่วประเทศไทย และเหมือนการเมืองมีเรื่องเบื้องลึก ..ความตื้นลึกหนาบางเยอะมาก เราต้องพยายามเข้าใจนักการเมือง พอๆ กับเข้าใจข้าราชการ ซึ่งเป็นทีมงานที่เราต้องไปขอความช่วยเหลือ ต้องเข้าใจหัวอกข้าราชการประจำถึงจะทำงานกับเขาได้ ตั๊นเห็นมาหลายคนแล้ว นักการเมืองที่เก่ง แต่มาแล้วเข้ากับข้าราการไม่ได้ งานก็ไม่เดิน

@งานในความรับผิดชอบต้องทำอะไรบ้าง

ทีมอาจารย์ปณิธาน 10 กว่าคน ดูเรื่องความมั่นคงและงานด้านการต่างประเทศ มีพี่ๆ ที่ช่วยเขียนสุนทรพจน์ให้ท่านนายกฯ ตั๊นเด็กที่สุดในทีม แต่งานก็พอๆ กับคนอื่น พี่ๆ คนอื่นเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะอยู่กับที่ เราเป็นเด็กยังมีแรงวิ่งก็ตามอาจารย์ตลอด

@อาจารย์ไปไหน เราไปด้วย

คะ

@นายกฯ ไปไหน อาจารย์ปณิธาน ก็ไปด้วยทุกครั้ง

ใช่คะ (หัวเราะ) ท่านนิพนธ์ (นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) รู้จักกับคุณพ่อ และท่านแนะนำให้มาอยู่กับอาจารย์ปณิธาน เพื่อจะได้เรียนรู้งานของท่านนายกฯ เพราะเราเป็นเด็ก จะไปติดตามนายกฯ ท่านก็คงไม่มีเวลาให้ แต่อาจารย์ปณิธานมีเวลามากกว่า เราสงสัยอะไรก็สามารถถามได้ อาจารย์ก็จะสอนตลอด ช่วงนี้เดินทางต่างประเทศบ่อย ตั๊นคอยติดตามข่าว มีอะไรก็เรียนอาจารย์ปณิธาน โดยเน้นด้านการต่างประเทศ

@ตอนเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงวันหยุดสงกรานต์ อาจารย์ปณิธานมีบทบาทพอสมควร คุณต้องช่วยงานด้วยหรือไม่ อย่างไร

งานประชุมอาเซียนที่พัทยา ตั๊นตามไป แต่เข้าไม่ได้ เพราะผู้ชุมนุมเริ่มเข้าไปปิดล้อมโรงแรมซึ่งเป็นที่ประชุมก็เลยต้องกลับ ตอนนั้นรู้สึกอายมากนะคะ เขาน่าจะให้ความสำคัญกับประเทศชาติกันมากกว่านี้ หลังจากนั้นพอทุกอย่างเริ่มสับสน อาจารย์ปณิธานติดตามท่านนายกฯ ตลอด และเพื่อความปลอดภัยก็จะไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน คิดๆ อยู่ว่าเราควรจะไปด้วยดีมั้ย ไปแล้วจะกลายเป็นภาระ ต้องมีคนมาดูแลเราอีกหรือเปล่า เลยสแตนบายอยู่ที่บ้านดีกว่า ท่านมีอะไรก็จะโทรบอกให้เราช่วยหาข้อมูลต่างๆ

 

@ชีวิตการทำงานเกือบ 3 เดือนเป็นอย่างไรบ้าง

เหนื่อย (หัวเราะ) การเมืองเป็นงานหนัก ยิ่งได้รู้ก็ยิ่งรู้ว่าความฝันเรานี่อีกไกลมาก การได้เข้ามาตรงนี้ถือว่าโชคดีที่มีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสและทำงานกับคนที่เก่งระดับประเทศ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้มาอยู่ในจุดนี้ เราก็พยายามเรียนรู้และทำงานเต็มที่ และคงจะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

@ มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษสำหรับงานใหม่ ?

ประทับใจที่ผ่านพ้นช่วงเสื้อแดงมาได้ (หัวเราะ) ประทับใจมากกก รู้สึก.. งง ทำไมเป็นอย่างนี้ ในเมื่อประเทศกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ทุกอย่างกำลังจะลงตัว เศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น ตอนแรกก็เสียใจว่าทำไมออกมาเป็นแบบนี้ แต่ก็เข้าใจทุกฝ่าย ณ ตอนนั้น ตัวตั๊นเองอาจจะมองไม่เห็นว่าจะออกหัวหรือก้อย (หัวเราะ) แต่แค่อยากให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นรัฐบาลนี้ แต่แค่สงสารประเทศชาติที่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ทั่วโลกเขาจะมองเราอย่างไร แต่พอเห็นว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ดีมาก สามารถผ่านพ้นวิกฤติมาได้ก็รู้สึกประทับใจมาก

@เหมือนเริ่มงานก็เจองานใหญ่เลย

ไม่ใช่ครั้งแรก ตอนรัฐบาลนายกฯ สมัคร ทำงานได้ 3 อาทิตย์ กลุ่มพันธมิตรมายึดทำเนียบ ต้องย้ายไปทำงานที่ดอนเมือง (หัวเราะ) แต่คิดว่าประสบการณ์แบบนี้ในสถานการณ์ปกติคงไม่ได้เจอ แล้วเราคงไม่ได้เรียนรู้มากเท่านี้

 

@ถึงตอนนี้วางอนาคตของตัวเองไว้อย่างไร

ทุกคนก็บอกว่าถ้าจะเป็นนักการเมืองก็ต้องลงแข่งในสนามเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ฝ่ายนโยบาย แต่ต้องลงพื้นที่ ก็ยังไม่ฟันธง คิดๆ อยู่ เราก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ อายุยังไม่ถึง (หัวเราะ) ยังมีเวลาอีก 2 ปี แต่เท่าที่ได้ตามเขาไปหาเสียงก็คิดว่าสนุกดีเหมือนกัน

@มีตัวเลือกอื่นหรือเปล่า?

ครอบครัวเป็นครอบครัวนักธุรกิจ ไม่เคยมีใครเป็นนักการเมือง มีแค่คุณพ่อที่เคยลง ส.ว. ซึ่งธุรกิจเป็นเรื่องที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก งานด้านการตลาด การพีอาร์ คุยกับคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก และเคยทดลองทำมาแล้ว แต่มันเป็นงานรูทีน และรู้สึกว่าเป็นงานที่ทำเพื่อตัวเอง เมื่อคิดว่าเรามีโอกาสก็อยากทำงานเพื่อประเทศชาติ ซึ่งไม่ทราบว่าจะทำได้แค่ไหน แต่อยากลองทำดูก่อน

@ครอบครัวคาดหวังกับลูกสาวอย่างไร ?

คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจตลอด มีอะไรก็ปรึกษาได้ เมื่อเห็นเราสนใจทางนี้ก็ให้การสนับสนุน คุณพ่อเคยไปเรียน วปอ.(วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร) รู้จักผู้ใหญ่ก็แนะนำ เปิดทางให้ ครอบครัวไม่เคยบังคับ แต่ปล่อยให้ตัดสินใจเองมาตลอด

Comment

Comment:

Tweet

Great post really interesting writing style.

#2 By buy articles (119.155.41.188) on 2011-05-20 20:42

Thank you for sharing this information. The information was very helpful and saved a lot of my time.

#1 By College Admission Essays (119.155.79.252) on 2011-05-20 19:25